
หลักสูตร :
Strategic Thinking ,Visioning & Planning
(การพัฒนาทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์และการวางแผน )
วิทยากร/ที่ปรึกษาในหลักสูตรนี้ :
ดร.รัฐ ธนาดิเรก (ประวัติวิทยากร)
ระยะเวลา : 2 วัน / 12 ชั่วโมง
รหัส : STP002
Conceptual Design
การคิดเชิงกลยุทธ์เป็นรากฐานที่สำคัญมากของการกำหนดแผนพัฒนาและขับเคลื่อนองค์กร(หรือหน่วยงาน)ทุกขนาด แต่น่าเสียดายที่การกำหนดและวางแผนที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไป มักไม่ได้มาจากแนวทางการคิดที่ถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากการเรียนการสอนมักติดกับการใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์มากจนเกินไป (เช่น SWOT/BCG Matrix/TOWS Matrix/Fives Force Model/PESTEL และ เครื่องมืออื่นๆที่ถูกนำเสนอใน Text Book) จึงทำให้หลักสำคัญของกลยุทธ์ถูกมองข้ามและแผนพัฒนาองค์กรไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริง
อีกทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการกำหนดแผนก็มีหลากหลายและใช้กับบุคลากรในแต่ละระดับชั้นของการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน หลายครั้งเครื่องมือที่ใช้ในการจัดทำแผนก็ยังไม่มีการชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในการนำไปใช้แต่ละระดับชั้นของการบริหารให้ชัดเจน กล่าวคือแยกแยะไม่ออกว่าเครื่องมือใดควรใช้สำหรับการบริหารระดับสูง (Top Management) ในระดับกลาง (Middle Management) และ ระดับต้น (Front-Line Management) รวมทั้งในระดับ Corporate / Business / Operational ดังนั้น ผู้นำไปใช้จึงเลือกใช้เครื่องมือที่ผิด พลาดเลยส่งผลให้การกำหนดและสื่อสารแผนฯมีความคลาดเคลื่อนไปอย่างมากด้วย
นอกจากนี้ การวางแผนกลยุทธ์ที่เคยปฏิบัติกันมายังไม่ได้มุ่งเน้นการใช้ Logic (ตรรกะ) ที่ถูกต้องเหมาะสม / ไม่ได้ปรับ Scope การคิดวิเคราะห์ จึงทำให้กิจกรรมที่ควรจะมีความล้ำลึก พลิกแพลง ที่เป็นประโยชน์ และ สร้าง Value-Added (หรือ คุณค่าเพิ่ม) ให้กับองค์กร กลับกลายเป็นกิจกรรมที่แค่ใส่ลงในแบบฟอร์มได้ และไม่ต่างอะไรจากวิธีการที่สามารถคิดได้จาก Common Sense (สามัญสำนึก) นั่นเอง จนกลายเป็นงาน Routine ไปในที่สุด
การถ่ายทอดไปสู่การขับเคลื่อนแผนฯ ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่หน่วยงานต่างๆในองค์กรมักมองข้ามและไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก บ่อยครั้งที่แผนฯ ที่กำหนดขึ้น ถูก “นำไปเก็บไว้บนหิ้ง” และ ไม่ถูกนำไปขับเคลื่อนอย่างเป็นจริงเป็นจัง เนื่องจากไม่ได้ถูกสื่อสารให้ชัดเจนและเข้าใจได้ยากเกินไป ผู้นำแผนฯ ไปปฏิบัติก็มองไม่เห็นว่าหน้าที่ความรับผิดชอบของตนอยู่ส่วนไหนและเกี่ยวข้องอะไรกับแผนฯ ดังนั้นการไปปฏิบัติก็เลยไม่สอดคล้องกัน หรือไม่ปฏิบัติ และมีผลทำให้แผนฯ ไม่สามารถบรรลุผลได้ดีเท่าที่ควรนั่นเอง
Objectives
1. เพื่อให้ผู้เข้าสัมมนาสามารถกำหนดเป้าหมายที่มีนัยยะสำคัญและมีหลักการในการแยกแยะระหว่าง Strategic Operation (งานเชิงกลยุทธ์) และ งาน Routine Operation ได้
2. เพื่อให้ผู้เข้าสัมมนาสามารถสร้างและพัฒนาทักษะการคิดเชิง กลยุทธ์ที่ถูกต้อง เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ ทั้งในระดับ
Corporate Level / Business Level / Operational Level ตาม Vision / Mission / Positioning & Direction ขององค์กร
3. เพื่อให้ผู้เข้าสัมมนาสามารถแยกแยะและมีความเข้าใจถึงความแตกต่างของการคิดเชิงกลยุทธ์ของบุคลากรในระดับต่างๆ ดังนี้ Top Management / Middle Management / Front-Line Management
4. เพื่อให้ผู้เข้าสัมมนาสามารถ เข้าใจถึง Logic (ตรรกะ) ของความเป็นกลยุทธ์ ที่มีความลึกซึ้งมากกว่าการคิดเป็นระบบและการใช้เครื่องมือตามTextbook
5. เพื่อให้ผู้เข้าสัมมนาเลือกใช้เครื่องมือทางการคิดได้อย่างสมเหตุสมผลเพื่อเพื่อสร้างคุณค่า เพื่อบรรลุเป้าหมายจริงๆ เลือกใช้ข้อมูล และ กำหนดแผนกลยุทธ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
Key Topic
แบบที่ 1 (1 วัน)
กรุณาติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อออกแบบหลักสูตรเพิ่มเติม
แบบที่ 2 (2 วัน)
Day 1 – วันที่ 1 ช่วงเช้า (09.00-12.00 น.)
หลักการพื้นฐาน :
- ระบบการคิดที่เป็นอุปสรรคต่อการคิดเชิงกลยุทธ์
– การเรียนรู้ที่คลาดเคลื่อน (Mis-Learning and Mis-Educating)
– การคิดในกรอบ (Inside-the-box Thinking) และ ข้อจำกัดของการใช้สามัญสำนึก
– การคิดแบบ Problem Solver และ Tactical Thinking
– การขาดทักษะในการ Articulate หรือ ถ่ายทอดแผนฯ
– การมองข้ามการ Stretch Capacity เพื่อการพัฒนาองค์กรสู่อนาคต และการแยกแยะไม่ออกระหว่างงานประจำ และ งานเชิงกลยุทธ์
- Key People ที่จำเป็นต่อการกำหนด และขับเคลื่อนแผนฯ และคุณสมบัติที่สำคัญ
Day 1 – วันที่ 1 ช่วงบ่าย (13.00-16.00 น.)
- ปัญหาที่ต้องใช้หลักของกลยุทธ์เข้าแก้ (Key Problems ที่ Require Strategic Solution)
- การวิเคราะห์ Stakeholders และ การ Forecast สถานการณ์เพื่อระบุถึง Key Problems
- การใช้ Wordings เพื่อกำหนดเป้าหมาย Objective VS Goal VS Target ต่างกันอย่างไร? เกี่ยวข้องและเสริมส่งกันอย่างไร?
- ตรรกะและ Core Concept ของกลยุทธ์-Key Strategic Insight
- Thinking Forward และ Value-Based Thinking, Development Thinking และ Simple Rule ของ Strategy
- Future Trend & Technology
- VDO Case Studies และ Examples
- WORKSHOP 1 : คาดการณ์สถานการณ์ในอนาคต และระบุ Key Strategic Problems ขององค์กร
Day 2 – วันที่ 2 ช่วงเช้า (09.00-12.00 น.)
- ทบทวนจากวันแรก
- The Art & Science of Strategy
- Steps ในการคิด เพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่ดี
- Unique Value Proposition
- บทบาทของการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ “การพลิกแพลง” และ สิ่งที่ “สอนกันไม่ได้”
- Logic ของการกำหนด Solution (การทำเพิ่มน้อย แต่ได้เพิ่มมากที่สร้างคุณค่าอย่างแท้จริง)
- การวิเคราะห์ปัจจัยรอบตัวที่เอื้อต่อการบรรลุเป้า (The G-SPOTT Factors) ช่วงที่ 1
- Geography
- Situation
- People
- การวิเคราะห์ปัจจัยรอบตัวที่เอื้อต่อการบรรลุเป้า (The G-SPOTT Factors) ช่วงที่ 1
Day 2 – วันที่ 2 ช่วงบ่าย (13.00-16.00 น.)
- Logic ของการกำหนด Solution (การทำเพิ่มน้อย แต่ได้เพิ่มมาก) ช่วงที่ 2
- การวิเคราะห์ปัจจัยรอบตัวที่เอื้อต่อการบรรลุเป้า (The G-SPOTT Factors)
- Opponents
- Technology, Trend และ Timing
- ERIC-SAP Framework และ การกำหนด Action Plan ในระยะสั้น กลาง และ ยาว
- การวิเคราะห์ปัจจัยรอบตัวที่เอื้อต่อการบรรลุเป้า (The G-SPOTT Factors)
- การนำเสนอแผนกลยุทธ์ / หลักการเขียนโครงการ หรือ หลักการเขียน Action Plan (อย่างเป็นกลยุทธ์) (Presenting the Strategic Plan and Strategic Initiatives)
- WORKSHOP 2 : การกำหนด Solution เพื่อแก้ปัญหา (หรือ บรรลุเป้าหมาย) ที่กำหนดใน Workshop 1
- สรุป: ถาม-ตอบ
- บรรยายสรุป
# เบรคเช้า – 10.30-10.45 น.
# รับประทานอาหารกลางวัน – 12.00-13.00 น.
# เบรคบ่าย – 14.30-14.45 น.
ทั้งนี้ ช่วงเวลาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
แบบที่ 3 (2.5 วัน)
กรุณาติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อออกแบบหลักสูตรเพิ่มเติม
แบบที่ 4 (3 วัน)
กรุณาติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อออกแบบหลักสูตรเพิ่มเติม
Target Group
1. Top Management (Executives,C-Level,Director)
2. Middle Management (Manager & Asst. Manager)
3. Front-Line Management (Sr.Supervisor,Supervisor)
หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ Top Management และ Middle Management และอาจรวมถึง Front-Line Management ที่มีศักยภาพและความสามารถชั้นสูง ที่ต้องคิด วางแผน กำหนดแผนยุทธศาสตร์ แผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนองค์กร ในช่วงเปลี่ยนผ่านในระยะและรูปแบบต่างๆ
รวมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานขององค์กรเพื่อรองรับอนาคตที่ผันผวนและท้าทาย อีกทั้งยังต้องมีการนำเสนอแผนกลยุทธ์ เขียนโครงการ เขียนแผนปฏิบัติงานและถ่ายทอดให้เป็นที่เข้าใจและยอมรับทั้งของฝ่ายต่างๆทุกระดับในองค์กร
นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้กับ ผู้บริหาร หรือ บุคลากรจากหน่วยงานและระดับต่างๆ ที่ต้องมีส่วนร่วม ส่วนสนับสนุน ประสานงาน และ ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อช่วยกำหนดและขับเคลื่อนแผนฯ ได้อีกด้วย
หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ให้กับบุคลากรในองค์กรหลากหลายระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบุคคลต่อไปนี้:
- ผู้บริหารระดับสูง: ซีอีโอ, ผู้บริหารฝ่ายต่างๆ การเข้าใจหลักการคิดเชิงกลยุทธ์จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนดทิศทางและวางแผนกลยุทธ์ระยะยาวขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ผู้จัดการระดับกลาง: หัวหน้าแผนก, ผู้จัดการโครงการ การเข้าใจหลักสูตรนี้จะช่วยให้สามารถนำกลยุทธ์ขององค์กรไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับหน่วยงาน
เพื่อให้เข้าใจถึงภาพรวมขององค์กร: หลักสูตรจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจถึงวิสัยทัศน์ ภารกิจ และเป้าหมายขององค์กร รวมถึงปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อองค์กร
เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์: หลักสูตรจะสอนวิธีการวิเคราะห์สถานการณ์ วางแผน และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
เพื่อสร้างความสอดคล้องกันในองค์กร: การที่ทุกคนในองค์กรมีความเข้าใจในกลยุทธ์เดียวกัน จะช่วยให้เกิดความร่วมมือและทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง: หลักสูตรจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- พนักงานที่มีส่วนร่วมในการวางแผนกลยุทธ์: พนักงานในฝ่ายวางแผน, ฝ่ายวิเคราะห์, หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การเข้าใจหลักสูตรนี้จะช่วยให้สามารถมีส่วนร่วมในการวางแผนกลยุทธ์ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Goal
- ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะมีความเข้าใจใน “แก่นแท้” ของกลยุทธ์ และมีหลักการที่ช่วยให้ “จดจำหลักการนี้ได้ขึ้นใจ” มากยิ่งขึ้น จะตระหนักรู้ใน “ความท้าทาย” “ความล้ำลึก” และ “กลไกการคิดที่เป็นอุปสรรรค” ต่อการคิดเชิงกลยุทธ์
- ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะเข้าใจในข้อจำกัดของตนเองในการกำหนดกลยุทธ์ และนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติได้ดีมากยิ่งขึ้น
- ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะมีทักษะในการสื่อสารแผนฯ ในรูปแบบที่เป็นระบบ เป็นเหตุเป็นผล และเขียนโครงการได้ชัดเจนขึ้น และจะรับรู้ถึงปัญหาขององค์กรในการกำหนดกลยุทธ์ และนำแผนฯไปปฏิบัติได้ชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้เพื่อ
- การเพิ่มยอดขายและกำไร: ผลการดำเนินงานขององค์กรดีขึ้น
- การขยายตลาด: องค์กรสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ได้
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ: องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
- การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า: ลูกค้ามีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์และบริการขององค์กรมากขึ้น
- การดึงดูดและรักษาTalent: องค์กรสามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถและรักษาทalent ที่มีอยู่ให้ทำงานอยู่กับองค์กรในระยะยาว
Utimate Goal
หากผู้เข้าร่วมอบรมสามารถปรับประยุกต์ได้เป็นอย่างดี ได้อย่างเชี่ยวชาญ โดยผสมผสานทั้งความรู้และประสบการณ์แล้ว จะสามารถถอด Vision / Mission / Strategic Positioning ขององค์กร ออกมาได้อย่างมีนัยยะสำคัญ เพื่อรองรับการ Implement ทั้งประเภทและระดับการขับเคลื่อนนั้นๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุดกับองค์กรที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดขององค์กรที่ได้วางเอาไว้ ตาม Vison & Mission ซึ่งจะนำไปเชื่อมโยงกับระบบขับเคลื่อนองค์กรทั้ง 4 Mechanism of Strategic Management ได้แก่
1. Strategic Map & Formulation การวางตำแหน่งในแผนที่ทางธุรกิจเชิงยุทธศาสตร์ของ องค์กรและการกำหนดแผนกรดำเนินงานตามแผนที่นั้น
2. Strategic Implement การดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ที่มาจากแผนกลยุทธ์แล้วนำไปสู่การปฏิบัติเชิงกลยุทธ์
3. Strategic Monitoring การติดตามผลการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์
4. Strategic Measurement การวัดผลและประเมินผลการดำเนินงานตามการจัดการเชิงกลยุทธ์
โดยขับเคลื่อนด้วย 3 เรื่องหลักในองค์กรเป็นสำคัญ ได้แก่
Management Strategy > Business Strategy > HRM & HRD Strategy


แนะนำกลุ่มหลักสูตรสำหรับการติดตามผล
- Group Coaching by one on One for Strategic Implement (Online / Onsite)
- Prioritizing Project for Strategic Plan & Implement
- Presentation for Strategic Project with Top Management / Executive (Persuasive Communication)
- Presentation for Action Plan with Top Management / Executive (Persuasive Communication)
- Strategic Alignment & Realignment
- HRM &HRD Strategy